งานจัดเก็บรายได้

   พระราชบัญญัติ 
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง  พ.ศ.2563

สาระสำคัญของ พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2563

วันเริ่มบังคับใช้กฎหมาย 13 มีนาคม 2562 วันเริ่มการจัดเก็บภาษี 1 มกราคม 2563

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นภาษี ประเภทใหม่ ที่จะนามาใช้ จัดเก็บแทนภาษีโรงเรือนและที่ดิน และภาษีบำรุงท้องที่
ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดเก็บอยู่ในปัจจุบัน โดยรายได้จากการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดจะเป็นของ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อนาไปใช้ในการพัฒนาท้องถิ่น โดยไม่ต้องนาส่งเป็นรายได้ของรัฐบาลส่วนกลาง

หลักการจัดเก็บภาษี

- ธรรมดาหรือนิติบุคคลมีหน้าที่เสียภาษี

- ผู้จัดเก็บภาษีนาไปใช้ในการพัฒนาท้องถิ่น

- ฐานภาษีคิดจากมูลค่าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

- อัตราภาษีเป็นรูปแบบขั้นบันไดเพิ่มตามฐานภาษี

- ผู้มีหน้าที่เสียภาษี ได้แก่ บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง ผู้ครอบครองหรือทาประโยชน์ใน
ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพย์สินของรัฐ

- ทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษี ได้แก่ ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และ ห้องชุด

- ฐานภาษี คิดจากมูลค่าทั้งหมดของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยคำนวณจากราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง
และห้องชุด ตามประมวลกฎหมายที่ดิน

กรมธนารักษ์ โดยสิ่งปลูกสร้างในแต่ละประเภทจะมีราคาประเมินกลางที่แตกต่างกันไป ทั้งนี้ ราคาประเมินกลางของทั้งที่ดินและ
สิ่งปลูกสร้างจะมีการปรับตามรอบบัญชีการประเมินราคาทุก 4 ปี

- อัตราภาษี ได้มีการแบ่งประเภทที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็น 4 กลุ่ม ตามลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดิน ได้แก่ เกษตรกรรม
ที่อยู่อาศัย พาณิชยกรรม และที่ดินรกร้างว่างเปล่า อัตราภาษีที่ใช้จัดเก็บจะเป็นรูปแบบขั้นบันไดเพิ่มขึ้นตามมูลค่าของฐานภาษี

- ถ้าที่ดินเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ ไม่ว่าภาระภาษีจะสูงขึ้นหรือลดลง ผู้เสียภาษีต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลง
การใช้ประโยชน์ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภายใน 60 วัน นับตั้งแต่รู้เหตุว่ามีการ
เปลี่ยนแปลง        
             

      มูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้คิดเป็นฐานภาษี (ม.35)

ที่ดิน = ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน เป็นเกณฑ์ในการคำนวณ

สิ่งปลูกสร้าง = ราคาประเมินทุนทรัพย์สิ่งปลูกสร้าง เป็นเกณฑ์ในการคำนวณ

สิ่งปลูกสร้างที่เป็นห้องชุด = ราคาประเมินทุนทรัพย์ห้องชุดเป็นเกณฑ์ในการคำนวณ

กรณีที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มีราคาประเมินทุนทรัพย์ การคำนวณมูลค่า

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

ประเภทและมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับยกเว้นภาษี

ประเภท

เจ้าของเป็นบุคคลธรรมดา

นิติบุคคล

1. การประกอบเกษตรกรรม (ม.40)

เกษตรกรรม (ม.40)

- ยกเว้น 50 ล้านบาทแรก

 ต่อ เขต อปท.

ไม่ยกเว้น

2. เป็นที่อยู่อาศัย

    (ม.41)

- เป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มีชื่อในทะเบียนบ้าน ยกเว้น 50 ล้านบาทแรก

- เป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดิน มีชื่อใน ทะเบียนบ้านยกเว้น 10 ล้านบาทแรก

(1 คน มีชื่ออยู่ได้แค่ 1 บ้าน จึงได้ ยกเว้นแค่แห่งเดียวที่มีชื่ออยู่)

ไม่ยกเว้น

3.ใช้ประโยชน์อื่นๆ

ไม่ยกเว้น

ไม่ยกเว้น

4.ทิ้งไว้ว่างเปล่า

ไม่ยกเว้น

ไม่ยกเว้น

อัตราภาษีตามมูลค่าของฐานภาษี อัตราภาษีใน 2 ปีแรก

(เริ่ม 1 มกราคม 2563)

 1.กรณี ประกอบเกษตรกรรม ของบุคคลธรรมดา

มูลค่าทรัพย์สิน (บาท)

อัตราภาษีต่อปี (ม.94 (1)

50 ล้านแรก ยกเว้น

 

ส่วนที่ไม่เกิน 75 ล้าน

0.01% (ล้านละ100)

ส่วนที่เกิน 75 ล้าน แต่ไม่เกิน 100 ล้าน

0.03% (ล้านละ300)

ส่วนที่เกิน 100 ล้าน แต่ไม่เกิน 500 ล้าน

0.05% (ล้านละ500)

ส่วนที่เกิน 500 ล้าน แต่ไม่เกิน 1,000 ล้าน

0.07% (ล้านละ700)

ส่วนที่เกิน 1,000 ล้าน

0.10% (ล้านละ1,000)

การคำนวณ  เอามูลค่าทรัพย์สิน 50 ล้านบาท มาหักก่อน แล้วจึงนำส่วนที่เกินมาคำนวณ ตามตาราง (ม.40 และ ม.95)

2.กรณี ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ของบุคคลธรรมดาเป็นที่อยู่อาศัยและมีชื่อในทะเบียนบ้าน

มูลค่าทรัพย์สิน (ล้านบาท)

อัตราภาษีต่อปี (ม.94 (2)

50 ล้านแรก ยกเว้น (ม.41)

 

ส่วนที่ไม่เกิน 25 ล้าน

0.03% (ล้านละ300)

ส่วนที่เกิน 25 ล้าน แต่ไม่เกิน 50 ล้าน

0.05% (ล้านละ500)

ส่วนที่เกิน 500 ล้าน

0.01% (ล้านละ1,000)

การคำนวณ  เอามูลค่าทรัพย์สิน 50 ล้านบาทแรก มาหักก่อน แล้วจึงนำส่วนที่เกินมาคำนวณ ตามตาราง
(ม.41 และ ม.95)

3.กรณี สิ่งปลูกสร้าง (ไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดิน) ของบุคคลธรรมดา เป็นที่อยู่อาศัยและมีชื่อในทะเบียนบ้าน

มูลค่าทรัพย์สิน (ล้านบาท)

อัตราภาษีต่อปี (ม.94 (3)

10 ล้านแรก ยกเว้น (ม.41)

 

ส่วนที่ไม่เกิน 40 ล้าน

0.02% (ล้านละ200)

ส่วนที่เกิน 40 ล้าน แต่ไม่เกิน 65 ล้าน

0.03% (ล้านละ300)

ส่วนที่เกิน 65 ล้าน แต่ไม่เกิน 90 ล้าน

0.05% (ล้านละ500)

ส่วนที่เกิน 90 ล้าน

0.10% (ล้านละ1,000)

การคำนวณ  เอามูลค่าทรัพย์สิน 10 ล้านบาทแรก มาหักก่อน แล้วจึงนำส่วนที่เกินมาคำนวณ ตามตาราง (ม.41 และ ม.95)

4.กรณี ใช้ประโยชน์อื่นๆ ใช้อยู่อาศัยแบบอื่นๆ

มูลค่าทรัพย์สิน (ล้านบาท)

อัตราภาษีต่อปี (ม.94 (4)

0 ถึง 50 ล้าน)

0.02% (ล้านละ200)

ส่วนที่เกิน 50 ล้าน แต่ไม่เกิน 75 ล้าน

0.03% (ล้านละ300)

ส่วนที่เกิน 75 ล้าน แต่ไม่เกิน 100 ล้าน

0.05% (ล้านละ500)

ส่วนที่เกิน 100 ล้าน

0.10% (ล้านละ1,000)

การคำนวณ  เอามูลค่าทรัพย์สิน 50 ล้านบาทแรก มาหักก่อน แล้วจึงนำส่วนที่เกินมาคำนวณ ตามตาราง (ม.41 และ ม.95)

5.กรณี ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์อื่น นอกจากประกอบเกษตรกรรมและเป็นที่อยู่อาศัย (พาณิชยกรรม)

มูลค่าทรัพย์สิน (ล้านบาท)

อัตราภาษีต่อปี (ม.94 (5)

0 ถึง 50 ล้าน)

0.30% (ล้านละ3,000)

ส่วนที่เกิน 50 ล้าน แต่ไม่เกิน 200 ล้าน

0.40% (ล้านละ4,000)

ส่วนที่เกิน 200 ล้าน แต่ไม่เกิน 1,000 ล้าน

0.50% (ล้านละ5,000)

ส่วนที่เกิน 1,000 ล้าน แต่ไม่เกิน 5,000 ล้าน

0.60% (ล้านละ6,000)

ส่วนที่เกิน 5,000 ล้าน

0.70% (ล้านละ7,000)

 6.กรณี ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ

มูลค่าทรัพย์สิน (ล้านบาท)

อัตราภาษีต่อปี (ม.94 (5)

0 ถึง 50 ล้าน)

0.30% (ล้านละ3,000)

ส่วนที่เกิน 50 ล้าน แต่ไม่เกิน 200 ล้าน

0.40% (ล้านละ4,000)

ส่วนที่เกิน 200 ล้าน แต่ไม่เกิน 1,000 ล้าน

0.50% (ล้านละ5,000)

ส่วนที่เกิน 1,000 ล้าน แต่ไม่เกิน 5,000 ล้าน

0.60% (ล้านละ6,000)

ส่วนที่เกิน 5,000 ล้าน

0.70% (ล้านละ7,000)


อัตราภาษีในเวลาปกติ (หลัง 2 ปี แรก)

ประเภทที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

อัตราสูงสุดที่กำหนด

ข้อยกเว้นกรณีเจ้าของเป็นบุคคลธรรมดา

1. ใช้ประโยชน์เกษตรกรรม ได้แก่ ทำนา ทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงสัตว์น้ำ (ม.37)

0.15% (สองปีแรกอัตราสูงสุดคือ 0.10%))

 

ยกเว้นมูลค่า 50 ล้านบาทแรก ต่อเขต อปท.

2. เป็นที่อยู่อาศัย

    

0.3% (2 ปีแรกอัตราสูงสุด คือ 0.10%)

-เป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มีชื่อในทะเบียนบ้าน ยกเว้น 50ล้านบาทแรก

-เป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มีชื่อในทะเบียนบ้าน ยกเว้น 10ล้านบาทแรก

3.ใช้ประโยชน์อื่นๆ

นอกจากเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย

1.20%

ไม่ยกเว้น

4.ทิ้งไว้ว่างเปล่า

1.20%

ไม่ยกเว้น

มาตรา 96  เพื่อเป็นการบรรเทาการชำระภาษีใน 3 ปีแรก ของการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตาม พ.ร.บ. นี้
ให้ยกเว้นการจัดเก็บภาษี สำหรับเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา และใช้ประโยชน์ในการประกอบ

เกษตรกรรม

 มาตรา 97 ผู้ที่เคยเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินหรือภาษีบารุงท้องที่และต้องเสียเพิ่มขึ้นจากเดิม เนื่องจากกฎหมายนี้ ส่วนต่าง
เมื่อเทียบกับแบบเดิม จะได้บรรเทาภาระ ดังนี้

1. ปีที่ 1 จ่ายแบบเดิม + 25 % ของส่วนต่าง 

2. ปีที่ 2 จ่ายแบบเดิม + 50 % ของส่วนต่าง 

3. ปีที่ 3 จ่ายแบบเดิม + 75 % ของส่วนต่าง

 ผู้จ่ายภาษี 

-ผู้มีชื่อเป็นเจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง ณ วันที่ 1 มกราคม ของปีนั้น

 -ผู้จ่ายภาษี ต้องจ่ายทุกปี (มาตรา 9) 

-ชาระภาษี ภายในเดือน เมษายน ของปีนั้น (มาครา 46)

 เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม 

-ในกรณีผู้เสียภาษีมิได้ชาระภาษีภายในเวลาที่กาหนด ให้เสียเบี้ยปรับร้อยละ 40 ของภาษีที่ค้างชาระ (มาตรา 68)
เว้นแต่ผู้เสียภาษีได้ชาระก่อน   จะได้รับหนังสือแจ้งเตือน ให้เสียเบี้ยปรับร้อยละ 10

-มิได้ชาระภาษีภายในเวลาที่กาหนด ให้เสียเงินเพิ่มอีกร้อย 1 ต่อเดือน ของ ภาษีที่ค้างชาระ นอกเหนือจากเบี้ยปรับ 
  40% (มาตรา 70)

 สรุปเกณฑ์สาหรับคนมีบ้าน 

1. ที่อยู่หลักของบุคคลธรรมดา คือเป็นเจ้าของบ้านและที่ดิน หรือ คอนโด พร้อมมีชื่อในทะเบียนบ้านนั้นด้วย ได้รับ
   ยกเว้นภาษีมูลค่า
50 ล้านบาทแรก ส่วนเกินคิดตามอัตราภาษี
2. ที่อยู่รองของบุคคลธรรมดา คือ เป็นเจ้าของแต่ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน เสียภาษีตั้งแต่บาทแรก
3. ที่อยู่หลักของบุคคลธรรมดา คือเป็นเจ้าของบ้าน มีชื่อในทะเบียนบ้าน แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดิน ได้รับยกเว้น
   ภาษีมูลค่า
10 ล้านบาทแรก

                            

                                                
 
                                                                    คู่มือปฏิบัติการจัดเก็บภาษีป้าย
                                                                            ประจำปีงบประมาณ 2563
                                                                               เทศบาลตำบลเวียงต้า

ภาษีป้าย

          “ป้าย” หมายถึง ป้ายแสดงชื่อ ยี่ห้อ หรือเครื่องหมายที่ใช้ในการประกอบการค้า หรือประกอบกิจการอื่น เพื่อหารายได้ไม่ว่าจะได้แสดงหรือโฆษณาไว้ที่วัตถุใด ๆ ด้วยอักษรภาพหรือเครื่องหมายที่เขียน แกะสลัก จารึก หรือทำให้ปรากฏด้วยวิธีอื่น

 ป้ายที่ได้รับการยกเว้น

1.ป้ายที่แสดงไว้ ณ บริเวณและโรงมหรสพเพื่อโฆษณามหรสพ

2.ป้ายที่แสดงสินค้าหรือห่อหุ้มบรรจุสินค้า

3.ป้ายที่แสดงไว้บริเวณงานที่จัดขึ้นเป็นครั้งคราว

4.ป้ายที่แสดงไว้ที่คนหรือสัตว์

5.ป้ายที่แสดงไว้ภายในอาคารที่ใช้ประกอบการค้า ซึ่งแต่ละป้ายไม่เกิน 3 ตารางเมตร

6.ป้ายของราคาส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น

7.ป้ายองค์การของรัฐบาลและหน่วยงานที่นำรายได้ส่งรัฐ

8.ป้ายของธนาคารของรัฐ และบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

9.ป้ายของโรงเรียนเอกชน หรือสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ที่แสดงไว้ ณ อาคารหรือบริเวณของโรงเรียนเอกชน หรือสถาบันอุดมศึกษาเอกชนนั้น

10.ป้ายของผู้ประกอบการเกษตร ซึ่งค้าผลผลิตอันเกิดจากการเกษตรของตน

11.ป้ายของวัด หรือผู้ดำเนินกิจการเพื่อประโยชน์แก่การศาสนา หรือการกุศลสาธารณะโดยเฉพาะ

12.ป้ายของสมาคมหรือมูลนิธิ

13.ป้ายตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

        1.3.1 ป้ายที่แสดงที่รถยนต์ส่วนบุคคลรถจักรยานยนต์ รถบดถนน หรือรถแทรกเตอร์

        1.3.2 ป้ายที่แสดงไว้ที่ล้อเลื่อน ตามกฎหมายยว่าด้วยล้อเลื่อน

        1.3.3 ป้ายที่แสดงไว้ที่ยานพาหนะ นอกเหนือจาก

         1.3.1 และ 1.3.2 ที่มีพื้นที่ไม่เกิน 500 ตร.ซม.

 การยื่นแบบประเมินและการชำระภาษีป้าย

   1.เจ้าของหรือผู้ครอบครองป้ายยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย (ภป.1) ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี กรณีที่ติดตั้งป้ายใหม่จะต้องยื่นแบบ 
      (ภ.ป.1) ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ติดตั้งป้ายใหม่

   2.ชำระภาษีป้ายภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน

  3.ถ้าป้ายเกิน 3,000 บาท ขึ้นไป จะขอผ่อนชำระเป็น 3 งวด งวดละเท่าๆ กันก็ได้

อัตราภาษีป้าย

ประเภทป้าย

อัตราต่อ 500 ตร.ซม.

1.ป้ายที่มีอักษรไทยล้วน

3 บาท

2.ป้ายที่มีอักษรไทยปนกับอักษรต่างประเทศหรือปนกับภาพและหรือเครื่องหมายอื่น

20 บาท

3.ก.ป้ายที่ไม่มีอักษรไทย ไม่ว่าจะมีภาพหรือเครื่องหมายใดหรือไม่
   ข.ป้ายที่มีอักษรไทยบางส่วนหรือทั้งหมดอยู่ใต้หรือต่ำกว่าอักษรต่างประเทศ

40 บาท

การประเมินและการชำระภาษีป้าย

        การเสียภาษีป้ายให้เสียเป็นรายปี เว้นป้ายที่ติดตั้งหรือแสดงในปีแรก ให้เสียตั้งแต่วันที่ติดตั้งจนถึงวันสิ้นปีและให้คิดเป็นรายงวด งวดละ 3 เดือน โดยเสียค่าภาษีตามงวดที่ติดตั้งดังนี้

งวดที่ติดตั้ง

ค่าภาษี

มกราคม -มีนาคม

100%

เมษายน – มิถุนายน

75%

กรกฎาคม – กันยายน

50%

ตุลาคม – ธันวาคม

25%

 การอุทธรณ์

        ผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้ายได้รับแจ้งการประเมินแล้ว ถ้าเห็นว่าไม่ถูกต้องให้ยื่นคำร้องอุทธรณ์ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบ ภป.4 ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน  

การไม่ยื่นแบบและชำระภาษีภายในกำหนด

1.ไม่ยื่นแบบภายในเดือนมีนาคม หรือหลังติดตั้งป้าย 15 วันต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 10 ของค่าภาษี

2.ยื่นแบบไม่ถูกต้องค่าภาษีน้อยลงต้องเสียเงินเพิ่มอีก ร้อยละ 10 ของค่าภาษีประเมินเพิ่มเติม

3.ผู้เป็นจ้าของป้ายใดไม่ชำระเงินค่าภาษีภายในกำหนดจะต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 2 ของค่าภาษี

 แผนผังแสดงขั้นตอนการให้บริการแก่ประชาชน

 

ระยะเวลา 3 นาที

ขั้นตอนที่ 1. ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษี/ใบเสร็จรับเงินปีก่อน 1 นาที/ราย

ขั้นตอนที่ 2. ตรวจสอบเอกสาร/ค้นหาทะเบียนทรัพย์สิน 1 นาที/ราย

ขั้นตอนที่ 3. ประเมินค่าภาษี/ชำระภาษี/ออกใบเสร็จรับเงิน 1 นาที/ราย

หลักฐานที่ใช้ประกอบการยื่น

1.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

2.สำเนาทะเบียนบ้าน

3.หนังสือรับรองห้างหุ้นส่วนบริษัท (ถ้ามี)

4.หลักฐานที่แสดงถึงการเป็นเจ้าของที่ดิน เช่น โฉนดที่ดิน/สัญญาเช่า (ถ้ามี

5.ใบเสร็จรับเงินค่าภาษีครั้งสุดท้าย (ถ้ามี)

 

                            ภาษีทุกบาทช่วยสร้างชาติพัฒนา เวียงต้าจะเจริญก้าวไกล  หากทุกคนร่วมใจเสียภาษี

 

มีปัญหาเรื่องภาษี
     ติดต่อสอบถามได้ที่...

 

สำนักงานเทศบาลตำบลเวียงต้า

 

054-656555 ต่อ 15 

 

      

    

Visitors: 116,007